Jean Paul Gaultier Divine Couture คือน้ำหอมสำหรับผู้หญิงในกลิ่นแนว Floral Fruity Gourmand ที่เปิดตัวในปี 2026 โดยเป็นผลงานการรังสรรค์ของนักปรุงน้ำหอม Quentin Bisch ถ่ายทอดความงดงามของหญิงสาวผู้เปล่งประกายราวกับสวมใส่ชุดกูตูร์ชั้นสูง ผ่านการผสมผสานของผลไม้สีแดง, ดอกไม้นานาชนิดและความหวานละมุนในสไตล์ Gourmand ได้อย่างหรูหราและมีมิติ กลิ่นหอมเปี่ยมด้วยความสดใส, อ่อนหวานและเย้ายวน สะท้อนเสน่ห์ของผู้หญิงที่มั่นใจ, สง่างามและโดดเด่นในทุกช่วงเวลา
กลิ่นเปิดมอบความสดชื่นมีชีวิตชีวาจากราสป์เบอร์รี (Raspberry), ผลไม้ตระกูลซิตรัส (Citruses) และมะกรูด (Bergamot) ก่อนจะเผยหัวใจของกลิ่นที่โดดเด่นด้วยโซลาร์โน้ต (Solar Notes) ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับแสงแดด ผสานกับกระดังงา (Ylang Ylang), เมอแรงก์ (Meringue), เจอราเนียม (Geranium), คาโลน (Calone), ดอกมะลิ (Jasmine) และเพลาร์โกเนียม (Pelargonium) ที่ช่วยเพิ่มความหอมหวาน, นุ่มละมุนและเปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์ จากนั้นปิดท้ายด้วยเบนโซอิน (Benzoin), สน (Pine Tree), วานิลลา (Vanilla), คูมาริน (Coumarin) และแอมเบอร์ (Amber) ที่มอบความอบอุ่นนุ่มลึก ติดผิวอย่างสง่างาม และทิ้งกลิ่นหอมอันน่าประทับใจไว้ได้ยาวนาน
ผลโหวตจากผู้ที่เคยใช้น้ำหอม Jean Paul Gaultier Divine Couture ส่วนใหญ่โหวตให้กับ "ราสป์เบอร์รี (Raspberry)" ให้กลิ่นหอมโดดเด่นที่สุด รองลงมาคือโซลาร์โน้ต (Solar Notes), ไซตรัส (Citruses), ดอกกระดังงา (Ylang Ylang), เบนโซอิน (Benzoin) และมะกรูด (Bergamot) ที่ร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมสดใส, เปล่งประกายและอบอุ่นในสไตล์ Floral Fruity Gourmand ได้อย่างลงตัว ความติดทนของน้ำหอมอยู่ในระดับสูงมากประมาณ 7-12 ชั่วโมง แม้การกระจายตัวของกลิ่นจะอยู่ในระยะประมาณหนึ่งช่วงแขน แต่ในวันที่อากาศแจ่มใส, อุณหภูมิและสภาพแวดล้อมเหมาะสม กลิ่นจะฟุ้งกระจายได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการสวมใส่ในช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน พร้อมมอบบุคลิกที่ทั้งหรูหรา, อ่อนหวาน, มั่นใจและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ในแบบผู้หญิงยุคใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ต่างรู้สึก "ชื่นชอบและหลงรัก" น้ำหอมรุ่นนี้ และยกให้เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่โดดเด่นทั้งในด้านความสง่างาม, ความสดใสและความน่าประทับใจในทุกโอกาส
We have 265 guests and no members online