Charm Fragrance World

Shop Cart

[ 0 ] Items
Go to checkout
 x 
Cart empty

Super User

Super User

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Hi, I'm Web Master and I welcome you to www.WeAreCharming.com website, the world of perfume to you. If you're not conveniance about website, please contact us immediately.

Website URL: http://wearecharming.com

น้ำหอมใหม่ Lacoste L.12.12 Blanc Edition Limitée Roland Garros Eau de Parfum ที่กำลังจะเปิดตัวเดือนมิถุนายน ปี 2021 นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากส่วนประกอบและวัตถุดิบของน้ำหอม L.12.12 Eau de Parfum Blanc For Him ที่เพิ่งเปิดตัววางจำหน่ายในเดือนมกราคม ปี 2021 ที่ผ่านมา มันเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำหอม Limited Edition ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเป็นน้ำหอมอย่างเป็นทางการให้กับกีฬาเทนนิสรายการ Roland Garros tennis tournament (French Open)

 

 

น้ำหอม L.12.12 Limited Edition อย่างเป็นทางการของรายการ Roland Garros รุ่นนี้ เป็นการตีความสมัยใหม่ของรายการการแข่งขันระดับตำนานนี้ในขณะเดียวกันก็เพิ่มจิตวิญญาณของแชมเปี้ยนอย่าง Rene Lacoste การผสมผสานคาแร็คเตอร์ของเสื้อโปโลและจรเข้ ลาย RG ที่ย่อมาจาก Roland Garros สีเขียวตัดกับสีส้ม เป็นการยกย่องให้เกียรติกับประวัติศาสต์การแข่งขันรายการนี้

 

ได้แรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของน้ำหอม L.12.12 Blanc, น้ำหอมตัวใหม่นี้ให้สัมผัสที่เหนือความคาดหมาย การห่อหุ้ม, พื้นผิวและความดั้งเดิม นวัตกรรมน้ำหอม Eau de Parfum รุ่นนี้ได้จับเอากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคอร์ทดินรายการแข่งขันอย่าง Roland Garros ให้คุณได้สร้างสรรค์สิ่งพิเศษเฉพาะตัว

 

กลิ่นที่กล้าหาญนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเลม่อนคาเวียร์และยูคาลิปตัสที่ผสมผสานกับ sage ด้วยพลังของไม้ซีดาร์และหญ้าแฝกผสมกับเอกลักษณ์ของดิน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อชัยชนะ

 

  • Top notes : caviar lime (finger lime), grapefruit, star anise
  • Middle notes : parsley leaf, eucalyptus, clary sage essence
  • Base notes : vetiver, cedarwood, "clay court" accord with sage essence

 

น้ำหอมใหม่ Lacoste L.12.12 Blanc Edition Limitée Roland Garros Eau de Parfum เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตร 100 ml. ในราคา 87 ยูโร วางจำหน่ายแล้วในเดือนมิถุนายน ปี 2021

Be the first to comment!

Fougère คืออะไร? Fougère อ่านว่า 'foo-jair' (ฟูแจร์) (ออกเสียงโดยใช้ 'j' เบา ๆ - เกือบ 'foo-shair') มีที่มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า ‘เฟิร์น’ และเป็นหนึ่งในตระกูลน้ำหอมหลักที่ใช้อธิบายประเภทของน้ำหอม

 

Fougère มีโครงสร้างหลักๆ ประกอบไปด้วย คูมาริน (coumarin), ลาเวนเดอร์ (lavender), เจอเรเนียม (geranium) และ โอ๊คมอส (oakmoss)

 

สำหรับ Fougère แต่เดิมจะเป็นกลิ่นที่อยู่ช่วงกลางค่อนไปถึงเบส แต่กลิ่นเปิดที่เราคุ้นชินก็คือ Linalool ที่อยู่ในลาเวนเดอร์ซึ่งกลิ่นโดยปรกติมีความคล้ายเปลือกมะกรูดฝรั่ง (bergamot) แต่ให้ความรู้สึกที่สว่างกว่า ตามด้วยกลิ่นเจอเรเนียมที่เป็นส่วนของดอกไม้ให้ความรู้สึกหวาน-เย็นในมุมของเมนทอล ส่วนโอ๊คมอสจะทำหน้าที่เป็นกลิ่นของไม้ที่ชุ่มชื้นผสมกับคูมารินที่ให้ความรู้หวานที่มีกลิ่นอ่อนๆ ของหญ้าแห้ง

 

 

การพัฒนาของฟูร์แจร์เป็นไปตามยุคสมัยและมีปัจจัยสำคัญเกิดจากการค้นพบสารหอมใหม่ๆซึ่งทำให้ฟูร์แจร์สามารถสอดแทรกได้อย่างหลากหลายเนื่องจากโครงสร้างค่อนข้างเปิดช่องว่างให้พัฒนาตั้งแต่ช่วงเปิดกับช่วงกลางของกลิ่น ทำให้เกิดความหลากหลายด้วยกลิ่นหอมของ ดอกไม้ (floral), แอนิมอลิค (animalic), กลิ่นเขียว (green), ผลไม้รสเปรี้ยว (citrus), เครื่องเทศ (spices), ไม้ (woods) และสมุนไพร (herbaceous)

 

ต้นกำเนิดของ Fougère ในโลกของน้ำหอมนั้นบางแห่งกล่าวว่ามีต้นกำเนิดมาจากน้ำหอม ‘Fougère Royale’ จากบ้านน้ำหอม Houbigant Parfum ที่สร้างสรรค์โดย Paul Parquet และชื่อ Fougère ก็มีต้นกำเนิดจากกลิ่นนี้

 

อย่างไรก็ตามแม้ในปัจจุบัน Fougère ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดหมู่ "น้ำหอมสำหรับผู้ชาย" แต่จุดประสงค์ของ Houbigant ที่เปิดตัว Fougère Royale ในปี พ.ศ. 2425 นั้น ถูกสร้างขึ้นโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ‘ผู้หญิง’

 

Paul Parquet แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกที่แท้จริงเมื่อเขาใช้ coumarin ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในถั่วทองก้า (tonka bean) มาเป็นส่วนประกอบในน้ำหอมของเขา

 

อย่างไรก็ตาม ‘Fougère Royale’ ได้ถูกยกเลิกการผลิตในเวลาต่อมา ด้วยกฏข้อบังคับของ IFRA ในการจำกัดสารบางตัวและถูกเก็บรักษาในคลังเก็บกลิ่นที่พระราชวังแวร์ซายส์ (ประเทศฝรั่งเศส) ที่ Osmothéque

 

ในปี พ.ศ. 2553 Fougère Royale ได้ถูกคืนชีพขึ้นมาใหม่โดย Houbigant และถูกจัดเพศของน้ำหอมให้กลายเป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชาย

 

การคืนชีพของ Fougère Royale มีสาเหตุมาจากความนิยมและความต้องการกลิ่นที่เป็นธรรมชาติแบบคลาสสิก เป็นเหตุให้นักปรุงน้ำหอมสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คนมาจนถึงปัจจุบัน

 

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ Fougère Royale จะมีการปรับสูตรใหม่แต่ก็ยังยึดโครงสร้างของ Fougère แบบดั้งเดิมอยู่

 

Fougère เป็นหนึ่งในตระกูลน้ำหอมที่สำคัญ บางคนกล่าวว่า Fougère นั้นเป็นประเภทย่อยของน้ำหอมอะโรมาติก (Aromatic) (อ้างอิงจาก Fragrantica) แต่บ้านน้ำหอมบางแห่งก็บอกว่า Fougère ก็คือ Fougère

 

แต่อย่างไรก็ตาม Fougère ก็ยังถือเป็นกลุ่มหลักใน fragrance families ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำหอมตระกูลอื่นๆ เช่น citrus, gourmand, chypre, fruity, woody, oriental และ floral และมีการแบ่งย่อยเป็นครอบครัวรองต่อไปอีกที

 

ยกตัวอย่าง ‘Leathery Fougère’ ซึ่งจะเห็นได้ว่า Fougère เป็นตัวหลักส่วน ‘หนัง’ เป็นส่วนเสริมนั่นเอง : อีกตัวอย่างหนึ่งคือ 'Aromatic Fougère' ที่มีกลิ่นหอมของไม้, สมุนไพร และแม้แต่เครื่องเทศบางชนิด ช่วยเพิ่มลักษณะของกลิ่นหอมให้โดดเด่นโดยมี Fougère เป็นตัวหลัก ซึ่งปัจจุบันครอบครัวสาขานี้ก็เป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมมาก

 

การจำแนกประเภทเหล่านี้อาจเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แต่เนื้อแท้และกลิ่นหอมเดียวกัน สามารถแบ่งออกเป็นครอบครัวที่แตกต่างกันตามจุดประสงค์ของบ้านน้ำหอมที่แตกต่างกัน ภายในตระกูล Fougère

 

Fougère แบบคลาสสิก ณ ตอนนี้เราจะมองข้าม Fougère Royale จากบ้านน้ำหอม Houbigant Parfum ที่สร้างสรรค์โดย Paul Parquet ที่เป็นจุดเริ่มต้นกันก่อน แต่จะไปเริ่มต้นที่ Fougère Royale ของ Houbigant ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนานก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Fougère Royale เป็นน้ำหอมกลิ่นคลาสสิก ที่ให้ความรู้สึกสง่างาม โดดเด่นในฐานะน้ำหอมผู้ชาย

 

Fougère Royale จะเปิดด้วยกลิ่นของมะกรูดฝรั่งและลาเวนเดอร์ที่ทรงพลัง มากกว่าจะเป็นกลิ่นที่นุ่มนวลส่งต่อไปยังเจอเรเนียม (หรือกล่าวได้ว่าเป็นกุหลาบผู้ชาย) เล็กน้อย ที่ช่วยส่งเสริมความเย็นสดชื่นแบบเมนทอล ก่อนที่กลิ่นจะเปลี่ยนไปเป็นมอสที่หรูหราและกลิ่นของหญ้าแห้งที่อบอุ่นพร้อมความสปอร์ตของ วานิลลาและเครื่องเทศร่วมกัน : และสิ่งเหล่านี้มันแสดงให้เห็นว่าน้ำหอม Fougère Royale แบบดั้งเดิมของ Houbigant Parfum นั้นมีความโดดเด่นและทรงพลังมากแค่ไหนแม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 128 ปีต่อมากลิ่นก็ยังไม่ตกยุค และอยู่เหนือกาลเวลา

 

Modern Fougère หรือ Fougère สมัยใหม่ จะเป็น Fougère ที่เปลี่ยนสารในโครงสร้างเดิมอย่าง คูมาริน (coumarin), ลาเวนเดอร์ (lavender), เจอเรเนียม (geranium) และ โอ๊คมอส (oakmoss) ไปใช้สารอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียว หรือใช้ Aroma chemical เข้ามาทดแทน เพื่อทำให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น และในหลาย ๆ บ้านน้ำหอมมักจะเพิ่มเติม Bergamot, Galbanum และ Vetiver แทรกอยู่ในกลิ่นด้วย

 

ยกตัวอย่าง Le Male ของ Jean Paul Gaultier ที่ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2538 และแน่นอนว่ามันถูกนำไปเปรียบกับ Fougère Royale แบบดั้งเดิมในทันที แต่มีต้นกำเนิดที่ทันสมัยกว่าโดยเปลี่ยนโครงสร้างของ Fougère แบบดั้งเดิม เช่น เปลี่ยนโอ๊คมอสเป็นวนิลลาร่วมกับมิ้นต์ เป็นต้น

 

ซึ่งแน่นอนว่า Jean Paul Gaultier ก็ถูกมองว่าตัวแทนของ Fougère ที่เต็มไปด้วยสเตียรอยด์และถูกตราหน้าอย่างหนักหน่วง (ต้องเข้าใจว่าในสมัยก่อนน้ำหอมที่แหกกฏนั้นจะโดนดูถูกดูแคลนมาก ๆ)

 

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว Le Male ก็คือ Fougère ที่ใช้ง่ายและสามารถใช้ได้ในหลาย ๆ โอกาส ซึ่งแตกต่างจาก Fougère แบบคลาสสิกที่เน้นความเป็นทางการมากกว่า

 

Contemporary Fougère หรือ Fougère ร่วมสมัย จะแตกต่างจาก Fougère สมัยใหม่ตรงที่ไม่ไปยุ่งกับโครงสร้างของ Fougère แบบดั้งเดิมมากนัก แต่มีการเพิ่มเติมสารประกอบใหม่ ๆ ลงไป โดยยังทำให้โครงสร้างเดิมนั้นโดดเด่นอยู่ ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับกลิ่นใหม่ ๆ ที่มีรากฐานจากน้ำหอมคลาสสิก Fougère

 

ส่วนในเมืองไทยนั้นถ้าใครนึกภาพกลิ่นของ Fougère ไม่ออกให้ลองจินตนาการถึงกลิ่นในสปาก็ได้ เพราะ ถ้านำเอาโครงสร้างของ Fougère แยกย่อยออกมา จะพบว่าหลายกลิ่นนั้นถูกใช้อยู่ในสปาอโรม่านั่นเอง

 

อ้างอิงจาก

https://www.clivechristian.com/fougere-fragrance-family/?fbclid=IwAR35rK9xxEucMvE026gjVCJS4rK21pqh_gi16I-0cC6TziqeNJkj9M9Eopo

https://www.pairfum.com/about-fougere-the-evolution-meaning-of-fougere-in-perfumery/?fbclid=IwAR2_DcKGDOpLIGV9vGukQRDILC9_q3yZHTY6BS4yKC_L-9lkvlkYsgO_gyo

https://www.fragrantica.com/groups/aromatic+fougere.html?fbclid=IwAR1kcp9DGNY3RoSWEUqpWejGwXv85520JD1RhlzIZUtf5I_w6udp6KCIpXc

 

ผู้เขียน

ณัท : SIAM1928

 

เรียบเรียง

Kijjaz : นักดนตรีและนักปรุงน้ำหอม

เคนจิ : Artisan Valley : น้ำหอมทำมือและชุมชนของคนทำน้ำหอม

Be the first to comment!

ในการสร้างสรรค์น้ำหอมของแบรนด์ Issey Miyake นั้น จะโฟกัสไปที่ธาตุน้ำและธรรมชาติอยู่เสมอๆ และไลน์น้ำหอมใหม่นี้ก็เช่นกัน Issey Miyake ขอเสนอน้ำหอมผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า A Drop d'Issey

 

คอนเซ็ปท์ของกลิ่นหอมๆนี้จะชวนให้คุณมองสิ่งๆที่มุมมองใหม่ๆและชมสิ่งที่ตาคุณไม่เห็น คุณจะได้ค้นพบบทกวีของธรรมชาติและความงดงามที่ไร้ข้อสงสัย : ทางแบรนด์ Issey Miyake กล่าว

 

 

ความโมเดิร์น, ดอกไลแลค ถูกจินตนาการถึงน้ำหอม Issey Miyake A Drop d'Issey ที่เป็นการตัดกันระหว่างธรรมชาติและความโมเดิร์น กลิ่นของดอกไลแลคนั้นไม่สามารถสกัดออกมาได้ง่ายๆจากธรรมชาติ ดังนั้นมันต้องถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากนักปรุงน้ำหอม 

 

ดอกกุหลาบดามัสค์ (Damask) ผสมกับนมอัลมอนด์, ดอกไลแลค และเสริมด้วยดอกส้ม ในกลิ่นระดับฐานนั้น มัสค์ผสมกับไม้ซีดาร์และวนิลลาช่วยทำให้น้ำหอมเสร็จสมบูรณ์ ส่วนประกอบและการปรุงแต่งกลิ่นนี้โดยนักปรุงน้ำหอมอย่าง Ane Ayo

 

  • Top notes : Damask rose, almond milk
  • Heart notes : lilac, orange blossom, jasmine, star anise
  • Base notes : cedar, vanilla, musk, ambroxan

 

ผลสำรวจจากผู้ที่เคยใช้น้ำหอมรุ่นนี้ ส่วนใหญ่โหวตให้กับ "ดอกไลแลค" มีความหอมโดดเด่นมากที่สุด รองลงมาเป็นมัสค์และนมอัลมอนด์ ความหอมติดทนของน้ำหอมอยู่ที่ 3-6 ชั่วโมง กลิ่นของน้ำหอมกระจายตัวออกได้ดีในรัศมีหนึ่งช่วงแขน มันเป็นน้ำหอมที่เหมาะจะใช้ในช่วงกลางวัน เหมาะสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ความรู้สึกของผู้คนที่เคยใช้ ส่วนใหญ่จะรู้สึก "ชื่นชอบ" น้ำหอมรุ่นนี้เป็นอย่างมาก

 

ขวดของน้ำหอม Issey Miyake A Drop d'Issey มาในขวดทรงกลมแบนๆ ขวดแก้วใสๆ มีหัวสเปรย์สีขาว ขวดน้ำหอมรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบชาวอเมริกัน Todd Bracher น้ำหอมมีปริมาตร 30 ml., 50 ml. และ 90 ml. มันเป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum

 

Be the first to comment!

ภายใต้สัญญาการผลิตน้ำหอมของ Coty และการร่วมมือกับ Capcom (บริษัทชั้นนำในการพัฒนาและสร้างสรรค์เกมส์), Davidoff ขอเสนอน้ำหอมซัมเมอร์รุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงในชื่อรุ่นที่ว่า Davidoff Cool Water Street Fighter Champion ซึ่งเปิดตัวออกมาตามรอยความสำเร็จจากน้ำหอมที่น่าดึงดูดเมื่อปีที่แล้วอย่าง Cool Water Aquaman และ Cool Water Mera ทางแบรนด์ Davidoff ยังคงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องกับนักปรุงน้ำหอมที่ชื่อ Jerome di Marino ผู้สร้างสรรค์น้ำหอมใหม่ 2 ตัวนี้

 

 

2 ตัวละครฮีโร่ในเกมส์ Street Fighter อย่าง "ริว" และ "ชุนลี" จะเป็นตัวแทนของน้ำหอม Cool Water ในปีนี้

 

Davidoff Cool Water Street Fighter Champion for Him น้ำหอมผู้ชายที่มีกลิ่นโทนไซตรัสและไม้ ที่ให้ความสดชื่นด้วยกลิ่นโน๊ตของส้มแมนดารินและเครื่องเทศ พร้อมกับกลิ่นที่คมและเย็นของพริกไทยดำ จัดวางลงบนความหอมหวานของ balsamic และไม้ Guaiac Wood (แก้วเจ้าจอม)

 

Davidoff Cool Water Street Fighter Champion for Her ให้กลิ่นโทนดอกไม้และไซตรัส มันเริ่มต้นด้วยความแจ่มใสและชุ่มฉ่ำของส้มแมนดาริน ที่ตอนนี้ผสมกับลูกแพรที่ซึ่งทั้งสองให้กลิ่นที่นุ่มและนวลส่งต่อไปยังดอกซ่อนกลิ่น

 

ภาพแคมเปญจน์ของน้ำหอม Davidoff Cool Water Street Fighter Champion Edition นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยนักออกแบบงานศิลปะและนักวาดภาพอย่าง Clarence Lansang ผู้ซึ่งทำงานในซีรี่ Street Fighter อยู่แล้ว

 

ขวดน้ำหอมยังคงรูปทรงเดิมทั้งชายและหญิง ของผู้ชายเป็นน้ำหอมประเภท Eau de Toilette ปริมาตร 125 ml. มีโลโก้ของ Street Fighter อยู่ตรงกลางขวด มีตัวฮีโร่ผู้ชายที่ชื่อ "ริว" เป็นตัวแทนของน้ำหอม ส่วนน้ำหอมผู้หญิงเป็นน้ำหอมประเภท Eau de Toilette มีปริมาตร 100 ml. มีตัวฮีโร่ผู้หญิงอย่าง "ชุนลี" เป็นตัวแทน น้ำหอมรุ่นนี้เป็นน้ำหอมที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัด (limited Edition) และวางจำหน่ายแล้วในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา

Be the first to comment!

สาระน้ำหอม

เปิดโลกของคุณ, หาตัวคุณให้เจอ, สไตล์ที่ใช่, กลิ่นที่คุณชอบ?

Calendar

« June 2021 »
Mon Tue Wed Thu Fri Sat Sun
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

Who's online

We have 279 guests and no members online

Guarantee By

Green Red Blue

Copyright © 2018. Modified by Nok 1st BBA PSU Batch

Premium templates by www.bigtheme.net free download.

София Дървен материал цени

Online bookmaker Romenia bet365

Germany bookmaker bet365 review by ArtBetting.de