Charm Fragrance World

Shop Cart

[ 0 ] Items
Go to checkout
 x 
Cart empty

Super User

Super User

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Hi, I'm Web Master and I welcome you to www.WeAreCharming.com website, the world of perfume to you. If you're not conveniance about website, please contact us immediately.

Website URL: http://wearecharming.com

Ambergris เป็นก้อนวัสดุที่มักพบตามชายหาด ด้วยความหายากของมัน มันจึงมีค่าอย่างยิ่ง ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ Ambergris มีคุณค่าสำหรับกลิ่นหอมของมัน เป็นเวลาหลายพันปีที่ผู้คนได้ค้นพบมันถูกซัดขึ้นบนชายหาดทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป นักล่าวาฬเริ่มบอกว่ามันถูกวาฬสเปิร์มสร้างขึ้น เพราะพวกเขาพบตัวอย่างมันในลำไส้ของวาฬ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่เคยมีการพิสูจน์ว่าปลาวาฬสร้างวัสดุนี้ขึ้นมาจริงๆ และที่มาของมันยังคงเป็นปริศนา

 

 

คำว่า Ambergris มาจากคำภาษาฝรั่งเศสโบราณ Amber และ gris แปลว่า "อำพันสีเทา" บางครั้งเรียกว่า อาเจียนปลาวาฬ หรืออำพันทะเล เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เหมือนใครมานานนับพันปี หลักฐานฟอสซิลของสารนี้มีอายุย้อนไปถึง 1.75 ล้านปี และมีแนวโน้มว่ามนุษย์จะใช้มันมานานกว่า 1,000 ปีแล้ว จนได้ชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งท้องทะเลและทองคำลอยน้ำ ที่มาที่ไปยังคงเป็นปริศนามานานหลายปี ในระหว่างที่มีการเสนอทฤษฎีต่างๆ มากมาย รวมถึงโฟมทะเลที่แข็งตัวหรือมูลนกขนาดใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งการล่าวาฬขนาดใหญ่เริ่มขึ้นในปี 1800 ก็มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ผลิตเพียงรายเดียว นั่นคือ วาฬสเปิร์ม ( Physeter macrocephalus ) จากการกินเซฟาโลพอดในปริมาณมาก เช่น ปลาหมึก squid และ cuttlefish ในกรณีส่วนใหญ่ มันคือส่วนประกอบที่ย่อยไม่ได้ของเหยื่อ เช่น จะงอยปากและกระดูกอ่อนที่พบภายในตัวปลาหมึก จะถูกอาเจียนออกมาก่อนย่อย แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยพบ ชิ้นส่วนเหล่านี้จะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ของวาฬและผูกเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ กลายเป็นมวล Ambergris ที่แข็งและเติบโตภายในวาฬเป็นเวลาหลายปี

 

นักวิจัยเชื่อว่า Ambergris ปกป้องอวัยวะภายในของวาฬจากจะงอยปากปลาหมึกที่แหลมคม แต่บางคนมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันว่า Ambergris นั้นถูกวาฬสำรอกออกมาเป็นก้อน ทำให้ได้รับฉายาว่า 'อาเจียนปลาวาฬ' ในขณะที่คนอื่นๆ เอนเอียงไปทางทฤษฎีที่ Ambergris ก่อตัวในลำไส้และผ่านออกไปพร้อมกับอุจจาระทำให้เกิดสิ่งกีดขวางในไส้ตรง ซึ่งสิ่งกีดขวางนั้นมีขนาดใหญ่มากจนทำให้ไส้ตรงของวาฬแตกได้ในที่สุด

 

วาฬสเปิร์มอาศัยอยู่ทั่วโลก นั่นหมายความว่า สามารถพบตะกอน Ambergris ลอยอยู่ในมหาสมุทรใดๆ หรือถูกพัดพาไปตามชายฝั่งส่วนใหญ่ แต่เป็นเรื่องแปลกที่พบน้อยกว่า 5% ในซากวาฬ โดยนักวิจัยคิดว่าวาฬสเปิร์มแคระ ( Kogia breviceps ) และแคระ ( Kogia sima ) แคระ ( Kogia sima ) จะผลิตสารนี้ในปริมาณที่น้อยกว่า แม้มีอาหารที่อุดมด้วยเซฟาโลพอดด้วย

 

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ Ambergris ที่ชัดเจนที่สุดคือกลิ่นของมัน เมื่อมันถูกนำออกจากวาฬแล้วพบว่ามีกลิ่นอุจจาระรุนแรง แต่กลิ่นจะหอมขึ้นเมื่อมวลแห้ง ในขั้นตอนนี้มักถูกอธิบายว่าเป็น musky (มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอม) ซึ่ง Herman Melville ยังอ้างถึงกลิ่นแปลก ๆ นี้ในนวนิยาย Moby Dick ของเขา รวมทั้งแอลกอฮอล์ไร้กลิ่น " Ambrein " ที่สกัดจาก Ambergris ซึ่งใช้เพื่อทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานขึ้น ทั้งนี้ มวลของ Ambergris เปลี่ยนสีด้วยการเกิดออกซิเดชันที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสกับทะเลและอากาศเป็นเวลานาน โดยมีสีตั้งแต่ขาว เทาไปจนถึงน้ำตาล และสีดำ

 

แม้ว่าสารคล้ายขี้ผึ้งที่เกิดขึ้นในลำไส้ของวาฬสเปิร์มประมาณ 1 ใน 100 ตัวมักถูกอธิบายว่าเป็นอาเจียน แต่ Ambergris เป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในโลก เนื่องจากแอมเบอร์กริสที่มีกลิ่นเฉพาะตัว คุณสมบัติในการตรึง และความสามารถในการรับรู้ในการยกระดับกลิ่นอื่นๆ จึงได้รับการยกย่องจากอุตสาหกรรมน้ำหอมมาเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยเฉพาะในช่วงต้นของอารยธรรมอาหรับชื่อ " anbar " ใช้มันเป็นเครื่องหอม เป็นยาโด๊ปและยารักษาโรคจำนวนมากของสมอง หัวใจ และความรู้สึก

 

นอกจากนี้ มันยังถูกใช้เป็นอาหารอันโอชะและใช้เป็นยา บางครั้งก็ดึงราคาทองคำได้มากกว่าสองเท่า ทุกวันนี้ มันยังคงเปลี่ยนมือได้มากถึง 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับแพลตตินัมและหลายเท่าของเงิน และอาจหมายถึงการจ่ายเงินหลายพันดอลลาร์สำหรับขนาดเท่าลูกเทนนิสของมัน

 

Ambergris นั้นมีการซื้อขายกันมาตั้งแต่ยุคกลางเป็นอย่างน้อย แต่เราก็ยังรู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับสารที่น่าทึ่งนี้ ส่วนความจริงที่ว่ามันมาจากวาฬสเปิร์มก็เป็นการค้นพบล่าสุด ในขณะที่ในเวลาหลายร้อยปีนั้น นักธรรมชาติวิทยาและแพทย์ปฏิบัติต่อทฤษฎีที่ว่าวาฬผลิต Ambergris ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม นักเขียนการเดินทางของชาวมุสลิมในคริสต์ศตวรรษที่ 9 เสนอว่าวาฬน่าจะกินสารที่ผลิตขึ้นจากที่อื่นและกลับคืนสู่สภาพเดิมในภายหลัง ซึ่งเป็นมุมมองที่ยังคงหมุนเวียนอยู่เป็นเวลาหลายศตวรรษ

 

สารานุกรมของยาสมุนไพร Hortus Sanitatis ที่ตีพิมพ์ใน 1491 อ้างทฤษฎีที่ Ambergris เป็นต้นไม้ประเภทของโฟมทะเลหรือชนิดของเชื้อราบางชนิด ในศตวรรษที่ 12 รายงานจากประเทศจีนแนะนำว่า Ambergris เป็นน้ำลายมังกรแห้ง มีหลายครั้งที่เสนอให้เป็นผลไม้ ตับปลา หรืออัญมณีล้ำค่า และตามรายงานของ Journal of the Marine Biological Association of the United Kingdom ในปี 1667 มีทฤษฎีที่แตกต่างกัน 18 เรื่องในเรื่องนี้ และสัตว์หลายชนิดได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้ผลิตสารนี้ รวมทั้งแมวน้ำ จระเข้ และแม้แต่นก

 

สังคมอาหรับซึ่งยอมรับ Ambergris เป็นยาอย่างน้อยก็ช่วงต้นศตวรรษที่ 9 และต่อมาในฐานะส่วนผสมของน้ำหอม ได้นำสารนี้ไปสู่ตะวันตก Ambergris แพร่หลายในทั้งสองวัฒนธรรมตลอดยุคกลาง ในช่วงกาฬโรคที่ระบาดไปทั่วยุโรปในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ประชาชนผู้มั่งคั่งได้แขวนภาชนะทรงกลมที่เรียกว่า " pomanders " ที่บรรจุ Ambergris และวัสดุที่มีกลิ่นหอมอื่นๆ ไว้ที่คอหรือทำเข็มขัดด้วยความเชื่อที่เข้าใจผิดว่า โรคระบาดเกิดจากกลิ่นไม่พึงประสงค์

 

สามร้อยปีต่อมา มีการกล่าวกันว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 2 แห่งบริเตนชอบรับประทาน Ambergris กับไข่ ทั้งยังถูกระบุว่าเป็นส่วนผสมในสูตรไอศกรีมที่รู้จักกันเร็วที่สุดในโลกและในสูตรน้ำผลไม้ในศตวรรษที่ 17 จนกระทั่งวันนี้

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาในการศึกษา Ambergris นักเคมีประสบความสำเร็จสูงสุดมากกว่านักชีววิทยา โดยในปี 1820 นักวิจัยในฝรั่งเศสค้นพบสารประกอบออกฤทธิ์และตั้งชื่อมันว่า " ambrein " ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับการพัฒนา Ambergris สังเคราะห์ในอีก 130 ปีต่อมา และในปี 2017 ศาสตราจารย์ Steven Rowland แห่งมหาวิทยาลัย Plymouth ในอังกฤษ ได้เสนอวิธีการตรวจสอบ Ambergris ผ่านการวิเคราะห์ทางเคมี

 

เกือบสองปีต่อมา การวิเคราะห์ของ Rowland เกี่ยวกับตัวอย่างอำพัน 43 ตัวอย่างจากทั่วโลกเปิดเผยว่าบางตัวอย่างมีอายุมากถึง 1,000 ปี ในบทความที่ประกาศการค้นพบของเขา Rowland ตั้งข้อสังเกตว่า Ambergris ครั้งหนึ่งเคยเป็นสินค้าทางเศรษฐกิจระดับโลก แต่การมาถึงของ synthetic analogs (กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบผลิตภัณฑ์จากธรรมยความว่า ตอนนี้ Ambergris ส่วนใหญ่เป็นความอยากรู้อยากเห็นทางชีววิทยาและเคมีที่หาได้ยาก

 

ปัจจุบัน มีกฎหมายควบคุมการรวบรวมและการขาย Ambergris แตกต่างกันไปทั่วโลก ในบางประเทศห้ามไม่ให้ใช้ Ambergris และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวาฬอื่นๆ ทั้งหมด แต่ในที่อื่นๆ อาจใช้ Ambergris หรือผลิตภัณฑ์จากวาฬได้ ในขณะที่สหราชอาณาจักรและยุโรป วาฬ โลมา dolphins - porpoises ที่มีชีวิตทั้งหมดได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ถือว่า Ambergris เป็นผลิตภัณฑ์ของเสียจากวาฬสเปิร์มที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้การเก็บจากชายหาดหรือทะเลเป็นเรื่องถูกกฎหมายสามารถซื้อขายได้

 

ตัวอย่างน้ำหอมในรุ่นที่มีชื่อเสียงที่มีส่วนผสมของ Ambergris

  • Creed Aventus
  • Mr. Burberry Element
  • Bvlgari Aqva Atlantiqve
  • YSL L'Homme Parfum Intense

 

Cr.https://www.smithsonianmag.com/science-nature/brief-fascinating-history-ambergris-180978517/ SMITHSONIANMAG.COM

Cr.https://www.nhm.ac.uk/discover/what-is-ambergris.html / By Emily Osterloff

Cr.https://en.wikipedia.org/wiki/Ambergris

Cr.https://pantip.com/topic/40956259/ (สมาชิกหมายเลข 3110689)

Be the first to comment!

Black Opium Eau de Parfum Extreme รุ่นนี้เป็นน้ำหอมโมเดิร์นน่ารับประทานรุ่นใหม่ล่าสุดในไลน์คอลเล็คชั่น Black Opium ของ Yves Saint Laurent มันเป็นน้ำหอมดั้งเดิมในเวอร์ชั่นที๋โดดเด่น มันนำความเย้ายวนอย่างที่สุดมาให้พร้อมกับกลิ่นหอมที่อบอุ่นและกลิ่นโน๊ตเครื่องเทศอย่างกาแฟดำ, วานิลลาบูร์บอง (Bourbon) และดอกมะลิ

 

 

น้ำหอม Black Opium Extreme ได้แรงบันดาลใจมาจากหญิงสาวที่กล้าหาญและล้ำสมัย ตามมาด้วยกลิ่นกาแฟที่หอมเข้มข้น กลิ่นโน๊ตของกาแฟดำผสมด้วยโกโก้เข้มข้นและกลิ่นระดับกลางอย่างดอกไม้ที่หอมสดใสอันประกอบด้วยดอกส้มและดอกมะลิแซมบัค ปิดท้ายด้วยกลิ่นฐานที่ประกอบด้วยแพทชูลี่และวานิลลาบูร์บอง (Bourbon) จากมาดากัสการ์

 

  • Top notes : Coffee and Cacao
  • Middle notes : Orange Blossom and Jasmine Sambac
  • Base notes : Patchouli and Bourbon Vanilla

 

ผลการโหวตจากผู้ที่เคยใช้น้ำหอมรุ่นนี้มาแล้ว ส่วนใหญ่โหวตให้กับ "กาแฟ" เป็นวัตถุดิบที่ให้กลิ่นหอมโดดเด่นที่สุด รองลงมาเป็นโกโก้, แพทชูลี่และวนิลลา ความหอมติดทนอยู่ในระดับ 3-6 ชั่วโมง การกระจายตัวของกลิ่นทำได้ดีในรัศมีหนึ่งช่วงแขน แต่ถ้าวันไหนอากาศดี, อุณหภูมและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ความหอมติดทนและการกระจายตัวจะทำได้ดีกว่านี้ มันเป็นน้ำหอมที่เหมาะจะใช้ในช่วงกลางคืน เหมาะกับฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ความรู้สึกของผู้ที่เคยใช้ส่วนใหญ่ต่างรู้สึก "ชื่นชอบและหลงรัก" ในน้ำหอมรุ่นนี้เป็นอย่างมาก

 

ในครั้งนี้ขวดน้ำหอมจะใช้สีดำเปล่งประกายเพื่อยกย่องให้กับสไตล์ Saint Laurent ตรงใจกลางของขวดน้ำหอมที่เป็นรูปวงกลมโปร่งแสงเผยให้เห็นถึงความชุ่มฉ่ำ

 

น้ำหอมรุ่นนี้เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum Extreme ที่มีปริมาตร 30 ml., 50 ml. และ 90 ml.

Be the first to comment!

Viva La Juicy จากแบรนด์ Juicy Couture เป็นไลน์น้ำหอมที่ได้รับความนิยมและสะดุดตาเป็นอย่างมาก ตอนนี้ได้เปิดตัวน้ำหอมรุ่นใหม่ที่มีกลิ่นโทนดอกไม้และผลไม้ ขวดน้ำหอมสีชมพูหนาๆถูกตกแต่งด้วยโบว์และจี้ นำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ที่ชวนมองของ Juicy Couture น้ำหอมตัวแรกสุด Viva La Juicy เปิดตัววางจำหน่ายในปี 2008 หลังจากนั้นรุ่นต่างๆของ Viva La Juicy จึงทยอยออกมาปีละรุ่นสองรุ่น และตัวล่าสุดคือ Viva La Juicy Bowdacious ที่วางจำหน่ายในปี 2019 และน้ำหอม Viva La Juicy Le Bubbly วางจำหน่ายในปี 2020

 

 

"ปล่อยให้ความฟุ่มเฟือยมีชีวิตชีวาด้วยสีชมพูประกายนีออนและความเย้ายวนเหนือใคร Viva La Juicy Neon เจิดจรัสโดดเด่นและสดใส ราชินีผึ้ง Juicy Couture ไม่เคยอยู่ในที่มืดมิด เธอส่องแสงด้วยสีชมพูนีออน เธอเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่เธอไฝ่ฝันและได้พบปะกับเพื่อนๆใน Viva La Juicyland เปล่งประกายและทันสมัย, น้ำหอมดอกไม้, ผลไม้และไม้ที่เจิดจรัสนี้นำกลิ่นหอมของดอกไม้อันโอ่อ่าด้วยกลีบดอกไม้และผลไม้เรืองแสงที่ส่องสว่างในห้อง กลิ่นหอมเย้ายวนที่เปล่งประกาย น้ำหอมนี้เปิดตัวด้วยพิงค์เกรปฟรุ๊ตที่เจิดจ้า แล้วตามมาด้วยดอกส้มที่อยู่ชั้นกลางของพีระมิด ปิดท้ายด้วยความอบอุ่นของถั่วตองก้า ให้มันเป็นสีชมพูขึ้นไปอีกขั้น...!!! เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจในวันที่ท้องฟ้าสดใสด้วยแสงนีออน สีชมพูร้อนแรงนี้จะสว่างขึ้นเพื่อส่องสว่างให้กับคุณ #PINKITUP!" - Juicy Couture official

 

Notes : pink grapefruit, orange blossom, tonka beans, creamy woods

 

Juicy Couture Viva La Juicy Neon เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตร 100 ml. ในราคา $99 มีจำหน่ายแล้วที่ห้าง Macy's และปริมาตร 10 ml. ที่สามารถพกพาไปที่ต่างๆอย่างสะดวกสบาย น้ำหอมรุ่นนี้วางจำหน่ายแล้วในเดือนสิงหาคม ปี 2021

Be the first to comment!

น้ำหอม Fenty Eau de Parfum นี้ เปิดตัววางจำหน่ายในวันที่ 10 สิงหาคม ปี 2021 มันเป็นน้ำหอมตัวแรกของ Rihanna ภายใต้แบรนด์ Fenty ซึ่งเป็นแบรนด์ของเธอเองโดยร่วมมือกับ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลแบรนด์หรูต่างๆเช่น Louis Vuitton และ Christian Dior ทางด้าน Fenty Beauty ได้อธิบายเกี่ยวกับน้ำหอมรุ่นใหม่ว่า มันเป็นน้ำหอม Unisex ที่สามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชาย มันคือทุกๆสิ่งที่คุณรู้สึก, ทุกๆสิ่งที่คุณเป็น, และทุกๆสิ่งที่คุณอยากจะเป็น

 

 

กลิ่นของน้ำหอมได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่โปรดปราณของนักร้องสาว Rihanna อย่างเช่น Bridgetown, Barbados; Grasse, France; New York, Paris, และ Los Angeles

 

"มันเป็นประสบการณ์, มันเป็นความทรงจำ ที่ถูกห่อหุ้มรวมเป็นน้ำหอม" Rihanna ได้กล่าวถึงน้ำหอมของตัวเองว่า "มันเป็นกลิ่นที่คุณมิอาจลืมเลือน"

 

Fenty Eau de Parfum ที่ประกอบไปด้วยกลิ่นโทนของดอกไม้และไม้ ให้กลิ่นหอมดิบๆ, เย้ายวน, ร้อนแรง, เอิร์ธโทนและหวานๆประกอบไปด้วยโน๊ตของส้มแทงเจอรีน, บลูเบอร์รี่, ดอกแมกโนเลีย, กุหลาบ, มัสค์และแพทชูลี่

 

ผู้ที่สร้างสรรค์น้ำหอมรุ่นนี้คือ Jacques Cavallier Belletrud ซึ่งเป็นนักปรุงน้ำหอมเอกจาก LVMH ซึ่งทำงานเกี่ยวกับกลิ่นน้ำหอม Fenty รุ่นนี้โดยตรงกับ Rihanna ที่เมือง Grasse เขาได้อธิบายน้ำหอมว่า มันสร้างสรรค์อย่างเรียบง่ายด้วยส่วนผสมวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม

 

  • Top notes : tangerine, blueberry
  • Heart notes : Bulgarian rose absolute, magnolia, geranium
  • Base notes : patchouli, musk

 

ขวดน้ำหอมมาในธีมสีแอมเบอร์และมาในกล่องสีฟ้าสดใส

 

"ฉันต้องการสีที่ดูรวยซึ่งเป็นตัวแทนของทุกเพศจาปทุกช่วงชีวิต สีน้ำตาลคือสีที่ฉันโปรดปราณ สีน้ำตาลคือสีที่ฉันเป็น สีน้ำตาลคือสีฉันจากมา ถ้าฉันจะทำน้ำหอมที่เป็นตัวแทนของฉัน แม้แต่ภาษากายของขวดน้ำหอมก็ต้องสื่อถึงตัวฉันด้วย ดังนั้นฉันจึงอยากได้สีน้ำตาลแต่ขวดก็ต้องโปร่งใสด้วย คุณจะได้เห็นของเหลวและกลิ่นหอมๆที่อยู่ภายในที่คุณกำลังจะได้สัมผัสมัน" Rihanna กล่าวในงานแถลงข่าว

 

น้ำหอม Rihanna Fenty เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตร 100 ml. ในราคา $120

Be the first to comment!

สาระน้ำหอม

เปิดโลกของคุณ, หาตัวคุณให้เจอ, สไตล์ที่ใช่, กลิ่นที่คุณชอบ?

  • Ambergris
    Ambergris Ambergris เป็นก้อนวัสดุที่มักพบตามชายหาด ด้วยความหายากของมัน มันจึงมีค่าอย่างยิ่ง ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ Ambergris มีคุณค่าสำหรับกลิ่นหอมของมัน เป็นเวลาหลายพันปีที่ผู้คนได้ค้นพบมันถูกซัดขึ้นบนชายหาดทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป นักล่าวาฬเริ่มบอกว่ามันถูกวาฬสเปิร์มสร้างขึ้น…
    Be the first to comment!
  • YSL Black Opium Extreme
    Black Opium Eau de Parfum Extreme รุ่นนี้เป็นน้ำหอมโมเดิร์นน่ารับประทานรุ่นใหม่ล่าสุดในไลน์คอลเล็คชั่น Black Opium ของ…
    Be the first to comment!

Calendar

« September 2021 »
Mon Tue Wed Thu Fri Sat Sun
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

Who's online

We have 306 guests and no members online

Guarantee By

Green Red Blue

Copyright © 2018. Modified by Nok 1st BBA PSU Batch

Premium templates by www.bigtheme.net free download.

София Дървен материал цени

Online bookmaker Romenia bet365

Germany bookmaker bet365 review by ArtBetting.de