Charm Fragrance World

Shop Cart

[ 0 ] Items
Go to checkout
 x 
Cart empty



Latest Products

kenzo-homme-sport-set
Kenzo Homme Sport Set
2250.00 ฿
kenzo-homme-night-set
Kenzo Homme Night Set
2250.00 ฿
coach-for-men-edt4
Coach for Men
3300.00 ฿

Super User

Super User

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Hi, I'm Web Master and I welcome you to www.WeAreCharming.com website, the world of perfume to you. If you're not conveniance about website, please contact us immediately.

Website URL: http://wearecharming.com

วันนี้ WeAreCharming ขอนำเสนอบทความหนึ่งจากเว็บไซต์ https://www.adaymagazine.com ซึ่งเขียนบทความและสัมภาษณ์โดยคุณณัฏฐา ภู่อนุสรณ์ชัย บทความนี้เป็นบทความที่เกี่ยวกับ "นักปรุงน้ำหอม" หรือภาษาอังกฤษใช้ศัพท์ว่า (Perfumer) ซึ่งคุณณัฏฐา ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับนักปรุงน้ำหอมชาวไทยท่านหนึ่ง รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันได้เลย

 

 

น้ำหอมเป็นศิลปะที่แสดงเอกลักษณ์ของใครหลายคนได้ บางคนอาจเดินมาพร้อมกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ ขณะที่อีกคนกลับพกกลิ่นสดชื่นจากท้องทะเลมาด้วย แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่ากว่าจะได้น้ำหอมมาแต่ละกลิ่นเพื่อบรรจุลงขวดสวยงามหรูหรา บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังอย่างนักทำน้ำหอมต้องผ่านอะไรมาบ้าง เรามีโอกาสได้นั่งคุยกับ เคนจิ-ฉัตรนิธิศวร์ จันทาพูน เจ้าของแบรนด์น้ำหอมของไทยอย่าง Artisan Valley เพื่อทำความรู้จักกับอาชีพนักทำน้ำหอมให้ดียิ่งขึ้น

 

อาชีพที่ต้องแลกมาด้วยความอุตสาหะ

ที่ประเทศฝรั่งเศส กว่าจะเป็น Perfumer ได้ ต้องเรียนเพื่อสอบเป็น Junior Perfumer ก่อน แล้วทำงาน 8 ปี จึงสอบเลื่อนขั้นไปเป็น Senior Perfumer จากนั้นก็ทำงานอีก 8 ปี กว่าจะสอบเลื่อนขั้นไปเป็น Perfumer มืออาชีพ (Professional Perfumer) โดยมีสถาบันศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่าง Givaudan, International Flavors & Fragrances และ ISIPCA เป็นผู้รับรอง ส่วนคนที่เรียนทำน้ำหอมเองจากความหลงใหลจะไม่เรียกตัวเองว่าเป็น Perfumer เพราะถือเป็นการให้เกียรติคนที่เรียนด้านนี้มาโดยตรง ส่วนที่ไทยยังไม่มีสาขาวิชาไหนสอนเรื่อง Perfumer โดยเฉพาะ

 

ศิลปะจากการใช้ชีวิต

การปรุงน้ำหอมคือการบอกเล่าเรื่องราว น้ำหอมที่ดีจะทำให้คนที่ดมรู้สึกหรือเห็นอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่หอมหรือไม่หอม หากเราไม่เคยออกไปใช้ชีวิต เราจะไม่มีเรื่องน่าสนใจมาเล่าเลย เราต้องรู้จักออกเดินทางและสนใจสิ่งรอบข้าง หากจะทำน้ำหอมกลิ่นเรือยอร์ช เราก็จะต้องออกไปนั่งเรือยอร์ชจริงๆ จะลงมือทำน้ำหอมโดยที่ไม่มีประสบการณ์ไม่ได้

 

ส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์

น้ำหอมเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ นักทำน้ำหอมต้องมีทั้งสุนทรียะในการเล่าเรื่องผ่านกลิ่นและการทดลองผสมน้ำมันหอมระเหย (สารที่สกัดได้จากวัตถุดิบต่างๆ เช่น ดอกกุหลาบและส้ม) หลากกลิ่นเข้าด้วยกัน ก่อนอื่นเราต้องตีโจทย์ให้แตกว่าแต่ละกลิ่นให้ความรู้สึกอะไร สื่ออะไรได้บ้าง หนักเบายังไง และที่สำคัญคือร้อยเรียงไปกับกลิ่นไหนได้บ้าง จากนั้นก็ทดลองผสมกลิ่นไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำหอมจะสื่อเรื่องที่เราจะเล่าได้ นักทำน้ำหอมแต่ละคนจะตีความลักษณะกลิ่นนั้นๆ ต่างกันไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้น้ำหอมเป็นเอกลักษณ์ เหมือนเป็นนามปากกาประจำตัว

 

ดอกกุหลาบของช่างตีเหล็ก

น้ำหอม Smith’s Rose ของ Artisan Valley เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเล่าเรื่องราว น้ำหอมกลิ่นนี้มาจากตัวละครเอลฟ์ ช่างตีเหล็กในนิยายเรื่องหนึ่ง เมื่อเหนื่อยและท้อจากการทำงาน เขาก็ได้หยิบดอกกุหลาบขึ้นมาดมเพื่อผ่อนคลาย จากนั้นเขาก็หยิบเอาส่วนหนึ่งจากนิยายนั้นมาเป็นคำบรรยายน้ำหอม

 

กลิ่นที่มีราคาและคุณค่า

วัตถุดิบที่นำมาทำน้ำหอมมีราคาแตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบที่สกัดได้จากสารเคมีราคา 10 บาท ไปจนถึงวัตถุดิบราคาหลักล้านอย่าง Ambergris (อำพันทะเล) ที่สกัดจากอ้วกของวาฬอายุนับร้อยปี กลิ่นของ Ambergris นั้นเหนือจินตนาการและต่างกันไปตามการเกิด ไม่สามารถผลิตซ้ำได้ วัตถุดิบใกล้ตัวในบ้านเรา เช่น ดอกลั่นทมและไม้กฤษณาก็แพงกว่าลาเวนเดอร์เกือบร้อยเท่า แต่บ้านเราดันต้องนำเข้าน้ำหอมกลิ่นเหล่านี้จากต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียดุลการค้าโดยไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเรายังขาดคนทำน้ำหอมและความรู้เรื่องน้ำหอมอยู่

 

ความกล้าจากความหลงใหล

ถึงวงการน้ำหอมในบ้านเราจะยังไม่ใหญ่โตและมั่นคง แต่ก็มีนักทำน้ำหอมหลายคนที่หลงใหลและสนใจในการทำน้ำหอมเป็นอาชีพ ถึงขนาดยอมกล้าเสี่ยงลองทำน้ำหอมโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้รับการยอมรับหรือไม่ ความกล้าที่จะใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ตัวเองชอบแบบนี้เป็นสิ่งที่นักทำน้ำหอมหลายคนภูมิใจอยากส่งต่อให้เด็กรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

 

ขอขอบคุณ : A Day Online, บทความดีๆจากคุณณัฏฐา ภู่อนุสรณ์ชัย, รูปภาพจาคุณกกฤต วิเศษเขตการณ์

Be the first to comment!

ย้อนกลับไปกับน้ำหอม Lacoste Pour Femme น้ำหอมรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 2003 ที่ให้ทั้งความหรูหราและสปอร์ตเกิร์ล มาวันนี้ กุมภาพันธ์ ปี 2018 Lacoste ถือโอกาสเปิดตัวน้ำหอมเวอร์ชั่นใหม่ภายใต้ชื่อ Lacoste Pour Femme Intense ซึ่งก่อนหน้านี้ปี 2017 Lacoste ได้เปิดตัวน้ำหอมรุ่น Lacoste Pour Femme Legere ออกมาก่อนแล้ว น้ำหอมใหม่ Lacoste Pour Femme Intense สื่อให้เห็นถึงความสง่างามที่มีลักษณะเฉพาะตัวของหญิงสาวจากทั่วโลก

 

 

ส่วนประกอบใหม่ของน้ำหอมให้กลิ่นโทนของดอกไม้, ความหอมอ่อนนุ่มและโทนไม้ มันเป็นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทัศนคติที่เกี่ยวกับบุคลิคลักษณะที่เข้มแข็งซึ่งปราศจากความเย่อหยิ่ง การผสมกันของความอ่อนนุ่มและความแข็งแกร่ง, ความมั่นใจในตนเองและความสง่างาม เริ่มต้นด้วยกลิ่นระดับบนของปิระมิดที่ประกอบด้วยความอโรม่าจากคาราเมลซึ่งสื่อถึงสีแทนของแพ็คเกจจิ้ง กลิ่นระดับกลางมีส่วนผสมของดอกกุหลาบบัลแกเรียซึ่งใช้มาตั้งแต่น้ำหอมรุ่นดั้งเดิม รวมถึงกลิ่นฐานอย่างส่วนประกอบไม้จันทน์หอมและไม้ซีดาร์ Himalayan ก็เป็นส่วนประกอบของน้ำหอมรุ่นดั้งเดิมด้วยเช่นกัน

 

  • Top notes : caramel
  • Heart notes : Bulgarian Rose
  • Base notes : Himalaya cedar, Australian sandalwood, musk

 

น้ำหอมใหม่ Lacoste Pour Femme Intense เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตรตั้งแต่ 30 ml., 50 ml. และ 90 ml.

Be the first to comment!

ในช่วงต้นปี 2018 นี้ Issey Miyake จะเปิดตัวน้ำหอมใหม่ภายใต้ชื่อ L'Eau d'Issey Pure Nectar de Parfum ซึ่งหมายถึงน้ำทิพย์จากดอกไม้ที่เบ่งบานในขวด

 

น้ำหอม L'Eau d'Issey Pure Nectar de Parfum ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักปรุงน้ำหอมอย่าง Fanny Bal และ Dominique Ropion ทำให้น้ำหอมรุ่นนี้ให้กลิ่นหอมออกไปในโทนไม้และดอกไม้ Nectar รุ่นนี้สื่อถึงขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของน้ำ จากน้ำทะเลกลายเป็นหยดน้ำค้าง และจากหยดน้ำค้างจะกลายเป็นดอกกุหลาบ ส่วนประกอบของน้ำหอมเริ่มต้นด้วยกลิ่นหอมหวานจากลูกแพรและน้ำผึ้ง ดอกกุหลาบและกลิ่นโน๊ตน้ำอยู่ใจกลาง ปิดด้วยกลิ่นฐานของไม้จันทน์หอม, ambergris (ขี้หรืออ้วกปลาวาฬ) และที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์ของน้ำหอมคอลเล็คชั่นนี้คือ cashmeran

 

 

รูปทรงของขวดเป็นรูปทรงหยดน้ำเหมือนกับรุ่น L'Eau d'Issey Pure แต่ครั้งนี้จะใช้สี Rose Gold น้ำหอมรุ่น L'Eau d'Issey Pure Nectar de Parfum เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตร 30 ml., 50 ml. และ 90 ml.

Be the first to comment!

Jimmy Choo Blossom Special Edition เป็นน้ำหอมรุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนา, ตีความหมายใหม่จากน้ำหอมรุ่นเดิมอย่าง Jimmy Choo Blossom ในปี 2015 น้ำหอมใหม่นี้ถูกแนะนำเปิดตัวออกมาในเดือนมกราคม ปี 2018 ขวดของน้ำหอมมีดีไซน์ที่เหมือนกับน้ำหอมรุ่น Flash ในปี 2013 เพียงแต่ว่ารุ่นใหม่นี้จะใช้โทนสีชมพูอ่อน มันเป็นน้ำหอมที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่่อช่วงเวลาพลบค่ำยามตะวันตกดินในฤดูใบไม้ผลิ

 

น้ำหอม Jimmy Choo Blossom Special Edition เป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นหอมไปในแนวดอกไม้และผลไม้ มันเริ่มต้นด้วยกลผลไม้พิเศษที่นำมาทดแทนเรดเบอร์รี่ในน้ำหอมรุ่นดั้งเดิม หัวใจหลักของน้ำหอมใช้ส่วนประกอบอย่างดอกลีลาวดีแทนที่จะเป็น cyclamen เหมือนแต่กอน จบลงด้วยส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างไม้จันทน์หอมและไวท์มัสค์

 

 

ขวดน้ำหอมเปล่งประกายเหมือนเพชร น้ำหอม Jimmy Choo Blossom Special Edition เป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum ที่มีปริมาตร 40 ml., 60 ml. และ 100 ml.

Be the first to comment!

Who's online

We have 159 guests and no members online

Guarantee By

Green Red Blue

Copyright © 2009 - 2014. Modified by Nok 1st BBA PSU Batch

Premium templates by www.bigtheme.net free download.

София Дървен материал цени

Online bookmaker Romenia bet365

Germany bookmaker bet365 review by ArtBetting.de